CIO WORLD&BUSINESS MAGAZINE l DECEMBER 2017

 

สำรวจความพร้อมองค์กร เตรียมธุรกิจสู่เศรษฐกิจดิจิทัล

“จับชีพจรความพร้อมขององค์กรในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล เรียนรู้ความสัมพันธ์ของ 3 เฟืองจักรสำคัญที่ต้องทำงานอย่างเข้าขาเพื่อผลักดันประเทศ จากมุมมองของอภิสิทธิ์  คุปรัตน์กรรมการผู้จัดการบริษัท พันธวณิช จำกัดรวมถึงข้อพิจารณาสำหรับองค์กรในดำเนินธุรกิจยุค4.0”

สัมภาษณ์พิเศษ อภิสิทธิ์  คุปรัตน์กรรมการผู้จัดการบริษัท พันธวณิช จำกัด ผู้ให้บริการโซลูชั่นด้านการจัดซื้ออันดับหนึ่งของเมืองไทย ในหลายประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการสร้างองค์กรดิจิทัลเพื่อก้าวสู่เศรษฐกิจดิจิทัล(Digital Economy) เป็นมุมมองที่ต้องจับตาให้ความสำคัญ เพราะทุกความเห็นจาก อภิสิทธิ์ ผู้บริหารที่มีส่วนผลักดันให้เกิดมูลค่าธุรกรรมการจัดซื้ออิเล็กทรอนิกส์ การประมูลสินค้าขององค์กรต่างๆ ในประเทศสูงถึง 2 แสนล้านบาทต่อปี ทำให้เขามองเห็น “ความจำเป็นและสิ่งที่ต้องทำ” ขององค์กรเมื่อกำลังจะเดินสู่ธุรกิจยุคดิจิทัล 

บทสัมภาษณ์ได้สะท้อนถึงประสบการณ์การนำเทคโนโลยีไอทีไปขับเคลื่อนธุรกิจดิจิทัลเป็นการมองไปยังองค์ประกอบหลักของการเดินหน้าเรื่องดิจิทัล ความพร้อมโดยรวมของประเทศและองค์กรธุรกิจกับการก้าวสู่เศรษฐกิจดิจิทัลรวมถึงคำแนะนำและข้อพิจารณาสำหรับองค์กรในดำเนินธุรกิจยุคนี้

สำรวจชีพจร เศรษฐกิจดิจิทัล

อภิสิทธิ์เริ่มด้วยการให้ความเห็นเรื่องการก้าวสู่องค์กรดิจิทัลในสถานการณ์ปัจจุบันว่า วันนี้ แทบทุกองค์กรไม่ว่าภาคเอกชน ขนาดใหญ่ เล็ก รวมถึงหน่วยงานภาครัฐล้วนมีความตระหนักในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอย่างมาก แต่ความพร้อมทางทรัพยากรอาจแตกต่างกัน บริษัทขนาดใหญ่อาจมีเงินทุน บุคลากร และความพร้อมทางเทคโนโลยีมากกว่า ซึ่งหมายถึงโอกาสในการได้ประโยชน์จากดิจิทัลอาจมากกว่า

ในอดีตที่ผ่านมา ข้อจำกัดประการหนึ่งของการเดินเข้าสู่องค์กรดิจิทัล คือเรื่องของการลงทุนทางเทคโนโลยีที่ค่อนข้างสูง แต่ปัจจุบันปัญหาดังกล่าวได้คลี่คลายลง เพราะต้นทุนทางเทคโนโลยีเริ่มถูกลง ผู้ประกอบการรายเล็กสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีได้ด้วยต้นทุนที่เหมาะสม ทั้งเรื่องโครงสร้างพื้นฐานไอทีที่มีคลาวด์เข้ามาตอบโจทย์ แอพพลิเคชั่นที่มีสตาร์ทอัพพัฒนาโปรมแกรมเชิงธุรกิจที่มีประสิทธิภาพ เข้ามาทดแทนโปรแกรมราคาสูงจากต่างประเทศ

“ผมว่าบ้านเราอยู่ในสถานะที่เหมาะสมที่สุดที่จะก้าวสู่เศรษฐกิจดิจิทัล ด้วยสภาพแวดล้อมในหลายๆ ปัจจัย ทั้งจากสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจ ผู้ประกอบการไทยได้รับแรงกดดันจากการคู่แข่งที่เป็นบริษัทต่างชาติ ซึ่งล้วนมีต้นทุนที่ต่ำกว่า ประกอบกับ ความสามารถและโอกาสในการเข้าถึงเทคโนโลยีที่เพิ่มขึ้น”

“แต่อย่างไรก็ตามทักษะบางอย่างของผู้ประกอบการก็จำเป็นต้องพัฒนาเพิ่มขึ้น เช่น วิธีคิดในการทำธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นองค์กรขนาดใหญ่ หรือขนาดเล็กอย่างสตาร์ทอัพ รวมถึงการเตรียมบุคลากรให้มีความพร้อมและความคุ้นชินในการใช้เทคโนโลยี”

“การสร้างธุรกิจให้เป็นดิจิทัลมีความจำเป็นอย่างมาก เพราะการแข่งขันจากทั่วโลกจะเบนเข็มเข้ามาทำธุรกิจในประเทศไทย ยกตัวอย่างเช่นเรื่องอีคอมเมิร์ซข้ามชาติ โดยเฉพาะจากจีน เราจำเป็นต้องปรับตัว บริษัทไทยจะอยู่อย่างไร จะแข่งขันอย่างไร ตรงนี้เรื่องของเทคโนโลยีจะเข้ามาช่วยได้ บริษัทไทยจะต้องมีต้นทุนต่ำ สามารถแข่งขันได้”

“ในความเห็นของผมนั้น เรื่องของเศรษฐกิจดิจิทัลจะประกอบไปด้วยเฟือง 3 ตัว ที่ทำงานสอดประสานกันและหมุนไปข้างหน้าด้วยอัตราเร็วที่เท่าๆ กันเฟืองตัวแรกคือองค์กรธุรกิจเฟืองตัวที่สองผู้ผลิตเทคโนโลยี และเฟืองตัวสุท้ายคือภาครัฐซึ่งเราเริ่มเห็นโมเมนตัมของความสำเร็จที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น”อภิสิทธิ์ให้ความเห็น

เฟืองจักรสำคัญในเศรษฐกิจดิจิทัล

อย่างที่กล่าวว่า การขับเคลื่อน Digital Economy ในภาพรวมนั้นต้องประกอบด้วยเฟือง 3 ตัวที่ทำงานสอดประสานกัน เฟืองตัวแรกองค์กรธุรกิจหรือผู้ใช้เทคโนโลยีอภิสิทธิ์ ได้แบ่งองค์กรเป็นกลุ่มๆกลุ่มแรกคือ บริษัทข้ามชาติ ส่วนนี้มีการใช้งานเทคโนโลยีเต็มที่อยู่แล้ว มีความพร้อมเต็มที่ มีประสบการณ์ มีต้นทุนในการใช้เทคโนโลยีดำเนินธุรกิจ

กลุ่มที่สองบริษัทไทย ที่แบ่งเป็นองค์กรขนาดใหญ่ กลาง และเล็ก โดยองค์กรขนาดใหญ่นั้นได้เรียนรู้มีพัฒนาการ และตระหนักถึงการใช้เทคโนโลยีอย่างมาก เช้าใจถึงประโยชน์ของมันเต็มที่ ส่วนองค์กรขนาดกลาง อยู่ในสถานะกำลังศึกษาความสำเร็จของการใช้งานเทคโนโลยีจากองค์กรขนาดใหญ่ มีความกล้ามากขึ้น แต่มีทุนไม่เพียงพอ  ส่วนขนาดเล็ก ที่น่าเป็นห่วงที่สุดใน เพราะเงินทุนมีจำกัดขาดประสบการณ์ และต้องการความช่วยเหลือมากกว่า

ขณะที่กลุ่มที่สาม ภาครัฐ ก็มีการขับเคลื่อนตามนโยบายและวางแผนที่จะเดินเข้าสู่ความเป็นรัฐดิจิทัล พยายามผลักดันบริการดิจิทัลต่างๆมีหลายหน่วยสามารถให้บริการอิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างรวดเร็ว ประชาชนใช้บริการได้อย่างสะดวกรวดเร็ว สิ่งสำคัญคือเรื่อง หลักคิดของหน่วยงานภาครัฐที่ต้องปรับให้เข้าสู่ดิจิทัล

เฟืองตัวที่สอง เทคโนโลยีในมุมของ Digital Economy สิ่งที่องค์กรทั้ง3 กลุ่มต้องการคือ ปัจจัยในการลงทุนทางด้านเทคโนโลยีที่เข้ามาช่วย ถ้าพูดถึง การลงทุนทางด้านเทคโนโลยีสมัยก่อนมีข้อจำกัดมาก เพราะใช้งบสูง ประกอบกับตัวเลือกของเทคโนโลยีมีไม่มาก เพราะผู้ผลิตเป็นต่างชาติเสียส่วนมาก

แต่ ณ วันนี้ โอกาสในการเข้าถึงเทคโนโลยีง่ายขึ้น เพราะเริ่มมีผู้ผลิตที่เป็นรายใหม่อย่างสตาร์ทอัพ ทั้งเป็นของคนไทยเอง รวมถึงเทคโนโลยีในการประมวลผลหรือเก็บข้อมูลก็อาศัยคลาวด์คอมพิวติ้ง เข้ามาสร้างความเท่าเทียมกันของการเข่งขันทางธุรกิจสิ่งนี้สำคัญด้วยต้นทุนที่องค์กรต่างๆ สามารถเข้าถึงได้

เฟืองตัวที่สามคือ ภาครัฐที่หมายถึงการสนับสนุนและขับเคลื่อนในเชิงนโยบายที่เกี่ยวกับเศรษฐกิจดิจิทัลในมุมมองของอภิสิทธิ์เห็นว่า ภาครัฐได้ทำหน้าที่ส่งเสริมและสนับสนุนได้อย่างน่าชื่นชม อาทิสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(BOI)แต่มีข้อกังวลคือ ภาครัฐต้องก้าวให้ทันต่อสถานการณ์หรือเงื่อนไขของการแข่งขันระดับโลกที่ปรับเปลี่ยนไปตลอด เพราะไทยต้องแข่งผู้ให้บริการต่างประเทศ โดยเฉพาะเรื่องกฎระเบียบ ข้อบังคับต่างๆ หรือเรื่องภาษีการสนับสนุนด้วยนโยบาย จำเป็นจะต้องตามทันสถานการณ์เป็นกลจักรสำคัญที่ช่วยสนับสนุนให้ธุรกิจไทยสามารถแข่งขันได้

“สิ่งที่ผมสามารถสะท้อนได้ในมุมของผู้ประกอบการคือ การคงไว้ซึ่งกฎระเบียบเป็นสิ่งที่ดีอยู่แล้ว แต่อยากให้เปิดช่องเพื่อรับฟังความเห็นของผู้ประกอบการ ว่าปัจจุบันโลกเปลี่ยนไปอย่างไร เพื่อสนับสนุนให้ทุกคนอยู่ได้ ภาคเอกชนทุกคนต่างพยายามทุ่มเทเพื่อสร้างนวัตกรรมทางสินค้าและบริการ แต่ก็อยากให้อุปสรรคที่เป็นแง่กฎระเบียบมีความทันสมัย และทันต่อการแข่งขันในสนามธุรกิจระดับโลก” อภิสิทธิ์กล่าว

ข้อพิจารณาขององค์กรดิจิทัล เพื่อก้าวสู่ยุค 4.0

“เรื่องเศรษฐกิจดิจิทัลนั้นจากประสบการณ์ของผมเองที่พบปะพูดคุยกับผู้บริหารจากองค์กรชั้นนำในธุรกิจต่างๆ พบว่าทุกคนตระหนักและพร้อมจะเดินไปสู่จุดนั้นแต่สิ่งที่สังเกตได้จากองค์กรที่ประสบความสำเร็จในเรื่องการใช้เทคโนโลยีสำหรับการดำเนินธุรกิจ ล้วนไม่ได้มาจากเทคโนโลยีเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรก แต่มาจากผู้บริหารระดับสูงต่างหากที่ต้องเป็นคนผลักดัน”

“จริงอยู่ที่ การตระหนักถึงประสิทธิภาพในเชิงธุรกิจของเทคโนโลยี เป็นปัจจัยสำคัญที่จะนำพาองค์กรไปสู่ความสำเร็จ ทั้งในเรื่องของการลดค่าใช้จ่าย เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานแต่ผู้บริหารต้องเป็นผู้นำความเปลี่ยนแปลง เป็นคนริเริ่มนำเทคโนโลยีมาใช้งาน ด้วยการเปิดรับฟังข้อมูลทั้งเทคโนโลยีใหม่ๆ หรือความต้องการจากบุคลากร จากนั้นในการใช้งานจริง ผู้บริหารต้องเป็นคนช่วยประคับประคองการใช้เทคโนโลยี สร้างความมั่นใจและผลักดันให้เกิดการใช้งาน จนเกิดความสำเร็จ”

คำถามสำคัญคือข้อพิจารณาสำหรับองค์กรในการก้าวสู่องค์กรดิจิทัลและพร้อมรับมือกับเศรษฐกิจดิจิทัล จะประกอบไปด้วยอะไรบ้างหรือต้องทำอย่างไร ประเด็นนี้ อภิสิทธิ์ อธิบายว่า “ด้วยการทำงานของผู้บริหารทุกวัน แต่ละท่านรู้จักองค์กรของตัวเองอย่างลึกซึ้งและทุกฟังก์ชั่นงานอยู่แล้ว ว่าพร้อมหรือไม่ แต่การพิจารณาจะปรับองค์กรให้เข้าสู่องค์กรดิจิทัลการเริ่มต้นในมุมมองของผมคงต้องเริ่มจากจุดใดจุดหนึ่ง ทำให้เกิดการใช้งาน เหมือนเป็นต้นแบบไปสู่จุดอื่น แต่คำถามสำคัญคือจะเริ่มจากจุดไหน”

“วิธีพิจารณาของผม จะเริ่มจากจุดที่มีปัญหามากที่สุด หรือการทำงานแบบ Collaboration คือการทำงานร่วมกัน ซึ่งสิ่งสำคัญที่จะต้องผลักดันคือ ความสำเร็จของโครงการ ที่ผู้บริหารรวมถึงคณะทำงานในกลุ่มจะสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงของการใช้เทคโนโลยี เมื่อทุกคนเห็นผล และตระหนัก สิ่งนี้จะเหมือนเป็น Change Agent ที่จะส่งต่อประสบการณ์ไปยังคณะอื่นๆ เทคโนโลยีช่วยได้ด้วยการลงทุนอย่างเหมาะสม เกิดความตระหนัก องค์กรก็จะเริ่มเปลี่ยนค่านิยม และหลักการ”อภิสิทธิ์ กล่าว

จากประสบการณ์ของพันธวณิช ที่เคยช่วยลูกค้าประสบความสำเร็จในโครงการจัดการเรื่องกระบวนการทางเอกสารให้เป็นดิจิทัล ผู้บริหารเล่าว่าเป็นสิ่งที่ได้สร้างความสำเร็จเปลี่ยนแนวคิดผู้บริหารได้ แต่ก็มีประเด็นกับพนักงานในระดับปฏิบัติการอยู่บ้างในเรื่องความกังวลการใช้เทคโนโลยีและภาระงานหรือกระบวนการทำงานที่อาจเปลี่ยนไปแต่ต้องอาศัยการอธิบายให้เข้าใจทุกอย่างก็ปรับตัวดีขึ้นเป็นลำดับ

ในกรณีขององค์กรที่จะเดินหน้าไปสู่องค์กรดิจิทัลนั้นสิ่งที่ผู้นำต้องเจอคือ ความเปลี่ยนแปลง แน่นอนว่าสิ่งนี้คือหน้าที่ของผู้บริหารโดยตรงที่ต้องเป็นผู้ผลักดัน ข้อนี้ อภิสิทธิ์ให้ความเห็นว่าแต่ก่อนที่เดินไปสู่การเปลี่ยนแปลง ผู้บริหารต้องรู้สุขภาพองค์กรอย่างดีเสียก่อนซึ่งก็คือข้อมูลในทุกๆ แง่มุมของบริษัท และเมื่อรู้ข้อมูลผู้บริหารก็จะสามารถสร้างความตระหนักถึงปัญหาที่เกิดขึ้นและผลที่จะเกิดขึ้นกับธุรกิจ

“ในการเดินหน้าสู่โลกยุคเศรษฐกิจดิจิทัลนั้น ต้องอาศัยเทคโนโลยี ข้อมูล และที่สำคัญความเป็นผู้นำของผู้บริหารองค์กร ผมไม่ได้แนะนำให้องค์กรลงทุนในทุกเทคโนโลยีใหม่ที่เกิดขึ้น อยากให้ทุกองค์กรใช้เทคโนโลยีอย่างมีสติบนหลักในการพิจารณาดูความพร้อมเพื่อจัดการเทคโนโลยี สิ่งไหนที่เหมาะหรือไม่เหมาะ การลงทุน ความคุ้มค่า ประโยชน์ที่จะเกิดขึ้น ซึ่งเมื่อทุกอย่างผ่านการพิจารณามาอย่างดีแล้ว ทุกองค์กรก็พร้อมที่จะเดินหน้าอย่างยั่งยืนได้ในโลกยุคดิจิทัลนี้” อภิสิทธิ์ กล่าวสรุป

ที่มา : http://www.cioworldmagazine.com/digital-economy-apiisit-pantavanij/