จากงานหลังบ้านสู่กลยุทธ์องค์กร: บทบาทใหม่ของฝ่ายจัดซื้อ

จากงานหลังบ้านสู่ก...

จากงานหลังบ้านสู่กลยุทธ์องค์กร: บทบาทใหม่ของฝ่ายจัดซื้อ

ในอดีต “ฝ่ายจัดซื้อ” มักถูกมองเป็นเพียงหน่วยงานสนับสนุน (Back Office) ที่มีหน้าที่หลักในการสั่งซื้อสินค้าและบริการให้ตรงเวลาในราคาที่เหมาะสม แต่ในโลกธุรกิจยุคใหม่ที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ทั้งเรื่องต้นทุน วิกฤตซัพพลายเชน ความผันผวนของเศรษฐกิจ และ ESG “ฝ่ายจัดซื้อ” ได้ขยับบทบาทจากผู้ดำเนินการ ไปเป็นหนึ่งในฟันเฟืองสำคัญขององค์กรที่สามารถขับเคลื่อนการแข่งขันได้จริง

บทความนี้จะพาคุณมองเห็นว่าทำไม กลยุทธ์การจัดซื้อ จึงกลายเป็นหัวใจของความสำเร็จองค์กร พร้อมแนวทางการปรับตัวสู่การเป็นฝ่ายจัดซื้อยุคใหม่ที่มีผลต่อความสามารถในการเติบโตอย่างยั่งยืน

ทำไม “กลยุทธ์การจัดซื้อ” จึงสำคัญกว่าที่เคย

หลายองค์กรยังคงใช้การจัดซื้อแบบ “Reactive” คือรอความต้องการจากหน่วยงานภายในแล้วจึงเริ่มกระบวนการ แต่แนวทางนี้ไม่เพียงทำให้เกิดต้นทุนแฝงสูง ยังส่งผลต่อความรวดเร็วในการตัดสินใจ และสร้างความเสี่ยงด้านซัพพลายเชนที่ควบคุมไม่ได้

การวาง กลยุทธ์การจัดซื้อ คือการเปลี่ยนมุมมองจาก “ซื้อให้ได้” เป็น “ซื้อให้คุ้มค่าและสร้างคุณค่า” โดยคำนึงถึง 3 มิติหลัก:

  • Cost Optimization: ลดต้นทุนรวม (Total Cost of Ownership) ไม่ใช่แค่ราคาหน้าบิล
  • Risk Management: ลดความเสี่ยงด้านซัพพลายเชน ความเสี่ยง ESG และความเสี่ยงด้านการเงินของคู่ค้า
  • Value Creation: ใช้การจัดซื้อเป็นเครื่องมือสนับสนุนการเติบโต การขยายตลาด และการพัฒนาองค์กร

 

บทบาทฝ่ายจัดซื้อยุคใหม่: มากกว่า “ซื้อของ”

การยกระดับ บทบาทฝ่ายจัดซื้อ ไม่ได้หมายถึงการเพิ่มงาน แต่คือ “การเปลี่ยนทิศทางและบทบาท” จาก Back Office สู่ Strategic Partner ซึ่งสามารถช่วยผู้บริหารตอบคำถามสำคัญ เช่น

  • เราควรเลือกซัพพลายเออร์แบบใดให้รองรับการเติบโตในอนาคต?
  • จะสร้างระบบซัพพลายเชนที่ยืดหยุ่น (Resilient) ได้อย่างไร?
  • จะควบคุมต้นทุนแบบไม่ลดคุณภาพได้อย่างไร?
  • จะยกระดับความโปร่งใส ป้องกันความเสี่ยงด้าน Compliance ได้อย่างไร?

ฝ่ายจัดซื้อยุคใหม่จึงไม่ได้เป็นเพียง “ผู้ต่อรอง” แต่เป็น “นักวางกลยุทธ์” ที่สามารถใช้ข้อมูลและระบบเป็นแรงขับเคลื่อนองค์กร

 

Digital Procurement คือกุญแจสู่ Procurement Transformation

เมื่อโลกธุรกิจขับเคลื่อนด้วยข้อมูล การจัดซื้อก็ต้องขับเคลื่อนด้วยข้อมูลเช่นกัน และนี่คือเหตุผลที่ Digital Procurement กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการยกระดับ Procurement Transformation

Digital Procurement ไม่ใช่แค่การทำระบบจัดซื้อออนไลน์ แต่คือการเชื่อมทุกกระบวนการให้โปร่งใส ตรวจสอบได้ และวัดผลได้ เช่น

  • eRequisition และ ePO เพื่อทำให้การสั่งซื้อเป็นระบบ ลด Human Error
  • eRFX / eAuction เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการคัดเลือกซัพพลายเออร์และต่อรองราคา
  • Supplier Portal / Supplier Management เพื่อบริหารคู่ค้าแบบครบวงจร
  • Spend Analytics เพื่อวิเคราะห์การใช้จ่ายและหาโอกาสลดต้นทุนแบบแม่นยำ

 

Procurement Strategy กับการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน

หลายคนมองว่า Procurement เป็นเรื่องการควบคุมค่าใช้จ่าย แต่ในมุมขององค์กรระดับผู้นำ Procurement คือ “Strategic Leverage” ที่สร้างความแตกต่างจากคู่แข่งได้ เช่น

  • องค์กรที่มี Procurement Strategy ชัดเจน จะมีซัพพลายเชนที่เร็วกว่า ยืดหยุ่นกว่า และมีต้นทุนที่ควบคุมได้
  • สามารถสร้างพันธมิตรกับซัพพลายเออร์เชิงกลยุทธ์ (Strategic Supplier Partnership)
  • สนับสนุนการพัฒนานวัตกรรม เช่น Co-creation กับคู่ค้า

5 แนวทางสู่การเป็นฝ่ายจัดซื้อแบบ Strategic

เพื่อขับเคลื่อนบทบาทจากงานหลังบ้านสู่กลยุทธ์องค์กร องค์กรสามารถเริ่มได้จาก:

  1. วาง Procurement Policy และ Governance ให้ชัดเจน
  2. ยกระดับระบบเป็น Digital Procurement เพื่อสร้าง Data-Driven Culture
  3. ใช้ Spend Data วิเคราะห์โอกาสประหยัดแบบยั่งยืน
  4. สร้าง Supplier Segmentation แบ่งคู่ค้าแบบ Strategic / Tactical
  5. พัฒนา Procurement Skillset: Data / Negotiation / Strategic Thinking

สรุป: จาก Procurement Operation สู่ Procurement Transformation

การปรับบทบาทของฝ่ายจัดซื้อในวันนี้ ไม่ใช่ “เทรนด์” แต่เป็น “ความจำเป็น” ขององค์กรที่ต้องการความเร็ว ความโปร่งใส และความยั่งยืน

องค์กรที่ลงทุนใน กลยุทธ์การจัดซื้อ พร้อมขับเคลื่อน Digital Procurement และ Procurement Transformation จะสามารถสร้างความได้เปรียบเชิงโครงสร้างในระยะยาว และเปลี่ยนฝ่ายจัดซื้อให้เป็น Strategic Engine ขององค์กรได้อย่างแท้จริง

thank you

Thank you for your interest !

We've received your information and will
get back to you soon.

Welcome