Supplier Risk Management คืออะไร? ประเมินอย่างไรให้เลือก Supplier ได้มั่นใจขึ้น

Supplier Risk Mana...

Supplier Risk Management ฝ่ายจัดซื้อประเมินความเสี่ยง Supplier ผ่านหน้าจอแสดง Risk Score และสถานะความเสี่ยงของคู่ค้า

Supplier Risk Management คืออะไร? ประเมินอย่างไรให้เลือก Supplier ได้มั่นใจขึ้น

Supplier Risk Management คือกระบวนการระบุ ประเมิน จัดลำดับ รับมือ และติดตามความเสี่ยงจาก Supplier เพื่อป้องกันผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ การเงิน Compliance ชื่อเสียง และความต่อเนื่องของ Supply Chain โดยต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ก่อนคัดเลือก ระหว่างร่วมงาน ไปจนถึงการทบทวนหรือต่อสัญญา

 

Supplier Risk Management คืออะไร และสำคัญต่อ Procurement อย่างไร?

เป้าหมายของ Supplier Risk Management ไม่ใช่การกำจัดความเสี่ยงทั้งหมด แต่คือการทำให้องค์กรมองเห็นความเสี่ยงได้เร็ว ประเมินผลกระทบ และเตรียมแนวทางรับมือก่อนเกิดปัญหา ในบางบริบทอาจพบคำว่า Vendor Risk Management หรือ Third-Party Risk Management ซึ่งครอบคลุมความเสี่ยงจากบุคคลภายนอกในวงกว้างกว่า

สำหรับฝ่าย Procurement และ Sourcing การบริหารความเสี่ยง Supplier ช่วยให้องค์กร:

  • คัดเลือก Supplier จากทั้งราคา คุณภาพ ศักยภาพ และระดับความเสี่ยง ไม่ใช่พิจารณาราคาเพียงอย่างเดียว
  • ลดโอกาสเกิด Supply Chain Disruption จากการส่งมอบล่าช้า กำลังการผลิตไม่เพียงพอ หรือการพึ่งพาผู้ขายรายเดียว
  • ตรวจสอบ Compliance มาตรฐานการดำเนินธุรกิจ และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องก่อนเริ่มความร่วมมือ
  • เตรียม Alternative Supplier หรือ Contingency Plan สำหรับสินค้าและบริการที่มีความสำคัญ
  • ใช้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจร่วมกันระหว่าง Procurement, Finance, Legal, Compliance และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
  • รักษาความต่อเนื่องทางธุรกิจและลดผลกระทบด้านต้นทุนหรือชื่อเสียง

 

Supplier Risk Assessment คืออะไร? ต่างจาก Supplier Risk Management อย่างไร?

ความแตกต่างระหว่าง Supplier Risk Assessment ที่ระบุและประเมินความเสี่ยง กับ Supplier Risk Management ที่รับมือและติดตามต่อเนื่อง
Assessment บอกว่า Supplier เสี่ยงเรื่องอะไร ส่วน Management คือการรับมือและติดตามไม่ให้ความเสี่ยงกลายเป็นปัญหา

 

Supplier Risk Assessment คือขั้นตอนที่ใช้ระบุและประเมินว่า Supplier มีความเสี่ยงด้านใด โอกาสเกิดมากน้อยเพียงใด และหากเกิดขึ้นจะส่งผลกระทบต่อองค์กรมากแค่ไหน ผลลัพธ์ที่ได้อาจอยู่ในรูป Risk Score, Risk Level หรือ Risk Profile เพื่อใช้เปรียบเทียบและจัดลำดับ Supplier
Supplier Risk Assessment จึงเป็นส่วนหนึ่งของ Supplier Risk Management แต่ไม่ใช่กระบวนการทั้งหมด

Supplier Risk Assessment

Supplier Risk Management

หน้าที่หลัก ระบุและประเมินความเสี่ยง บริหารความเสี่ยงตั้งแต่ประเมินจนถึงติดตาม
คำถามที่ต้องตอบ Supplier เสี่ยงเรื่องอะไร และเสี่ยงระดับใด? ควรจัดการความเสี่ยงใดก่อน ด้วยวิธีใด และใครรับผิดชอบ?
ลักษณะกระบวนการ เป็นการประเมิน ณ ช่วงเวลาหนึ่ง เป็นวงจรต่อเนื่องตลอด Supplier Lifecycle
ผลลัพธ์ Risk Score, Risk Level และ Risk Profile Mitigation Plan, Owner, Timeline, Monitoring และ Reassessment
เป้าหมาย ทำให้เห็นและเปรียบเทียบความเสี่ยงได้ ลดโอกาสเกิดปัญหาและจำกัดผลกระทบต่อธุรกิจ

สรุปง่าย ๆ: Assessment คือการรู้ว่า Supplier รายใดเสี่ยงเรื่องอะไร ส่วน Management คือการนำผลนั้นไปจัดลำดับ รับมือ และติดตามไม่ให้ความเสี่ยงกลายเป็นปัญหา

 

ความเสี่ยงของ Supplier มีอะไรบ้างที่ฝ่ายจัดซื้อควรตรวจสอบ?

 

ความเสี่ยงของ Supplier 6 ด้าน ได้แก่ การเงิน การดำเนินงาน การส่งมอบ ความต่อเนื่องทางธุรกิจ ความโปร่งใส และการพึ่งพาผู้ขายรายเดียว
ความเสี่ยงของ Supplier 6 ด้านที่ฝ่ายจัดซื้อควรตรวจสอบก่อนตัดสินใจร่วมงาน

Supplier Risk ไม่ได้หมายถึงเพียงความเสี่ยงที่ผู้ขายจะส่งสินค้าไม่ทัน แต่ครอบคลุมตั้งแต่สถานะทางการเงิน ความสามารถในการดำเนินงาน ประสิทธิภาพการส่งมอบ ไปจนถึงความต่อเนื่องทางธุรกิจ การแยกความเสี่ยงออกเป็นแต่ละด้านจึงช่วยให้ฝ่ายจัดซื้อรู้ว่าควรตรวจสอบข้อมูลอะไร และสามารถประเมินผู้ขายได้รอบด้านมากขึ้นก่อนตัดสินใจร่วมงาน

1. ความเสี่ยงด้านการเงิน

ปัญหาทางการเงินอาจกระทบความสามารถในการผลิต ส่งมอบ หรือให้บริการอย่างต่อเนื่อง ฝ่ายจัดซื้อจึงควรพิจารณาข้อมูลย้อนหลังหลายปีเพื่อให้เห็นแนวโน้ม ไม่ใช่ดูเพียงปีล่าสุด

 

สิ่งที่ควรตรวจสอบ: งบการเงิน รายได้ หนี้สิน ผลประกอบการ และแนวโน้มสถานะทางการเงินย้อนหลัง

2. ความเสี่ยงด้านการดำเนินงาน

แม้ผู้ขายมีสถานะทางการเงินที่ดี แต่อาจมีข้อจำกัดด้านกำลังการผลิต บุคลากร หรือกระบวนการทำงาน ฝ่ายจัดซื้อจึงควรประเมินความสามารถให้สอดคล้องกับขนาดและความสำคัญของงาน

 

สิ่งที่ควรตรวจสอบ: กำลังการผลิต ทรัพยากร บุคลากร กระบวนการทำงาน มาตรฐานการดำเนินงาน และความสามารถในการรองรับคำสั่งซื้อ

3. ความเสี่ยงด้านประสิทธิภาพและการส่งมอบ

ประสิทธิภาพของผู้ขายเปลี่ยนแปลงได้ตลอดช่วงเวลาที่ร่วมงาน เช่น ส่งมอบล่าช้า คุณภาพไม่เป็นไปตามมาตรฐาน หรือเกิดปัญหาซ้ำ องค์กรจึงควรติดตามผลอย่างต่อเนื่องเพื่อเห็นสัญญาณก่อนกระทบธุรกิจ

 

สิ่งที่ควรตรวจสอบ: การส่งมอบตรงเวลา คุณภาพสินค้าและบริการ การปฏิบัติตาม SLA ข้อร้องเรียน และประวัติปัญหาที่เกิดขึ้น

4. ความเสี่ยงด้านความต่อเนื่องทางธุรกิจ

เหตุการณ์อย่างการสูญเสียใบอนุญาต ปัญหาแรงงาน การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างบริษัท หรือเหตุการณ์ภายนอก อาจทำให้ผู้ขายหยุดดำเนินงาน ความเสี่ยงนี้สำคัญเป็นพิเศษกับผู้ขายสินค้าและบริการหลักขององค์กร

 

สิ่งที่ควรตรวจสอบ: สถานะบริษัท การเปลี่ยนแปลงสำคัญขององค์กร ใบอนุญาต แผนรองรับเหตุฉุกเฉิน และความสามารถในการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง

5. ความเสี่ยงด้านข้อมูลและความโปร่งใส

ไม่ควรประเมินจากข้อมูลที่ผู้ขายให้มาเพียงฝ่ายเดียว แต่ควรตรวจสอบข้อมูลที่ช่วยยืนยันตัวตน สถานะ และความน่าเชื่อถือ หากข้อมูลไม่ชัดเจนหรือไม่สอดคล้องกัน ควรตรวจสอบเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจร่วมงาน

 

สิ่งที่ควรตรวจสอบ: ข้อมูลนิติบุคคล กรรมการ ผู้ถือหุ้น โครงสร้างบริษัท และการเปลี่ยนแปลงข้อมูลสำคัญ

6. ความเสี่ยงจากการพึ่งพาผู้ขายรายเดียว

การพึ่งพาผู้ขายรายเดียวสำหรับสินค้าหรือบริการสำคัญอาจทำให้ธุรกิจหยุดชะงักทันทีเมื่อเกิดปัญหา ฝ่ายจัดซื้อจึงควรประเมินระดับการพึ่งพาและความพร้อมของแหล่งจัดหาสำรอง

 

สิ่งที่ควรตรวจสอบ: สัดส่วนการจัดซื้อจากผู้ขายแต่ละราย ความสำคัญของสินค้าและบริการ จำนวนผู้ขายทางเลือก และความพร้อมของแผนสำรอง

 

วิธีประเมินความเสี่ยง Supplier ใน 6 ขั้นตอน

6 ขั้นตอนประเมินความเสี่ยง Supplier: กำหนดขอบเขต รวบรวมข้อมูล ตั้งเกณฑ์ ให้คะแนน กำหนดแนวทาง และติดตามประเมินซ้ำ
6 ขั้นตอนประเมินความเสี่ยง Supplier ตั้งแต่กำหนดขอบเขตจนถึงติดตามและประเมินซ้ำ

การประเมินความเสี่ยงของ Supplier ควรเริ่มจากการกำหนดขอบเขตให้ชัด รวบรวมข้อมูลที่จำเป็น และใช้เกณฑ์เดียวกันในการเปรียบเทียบ เพื่อให้ผลประเมินนำไปสู่การอนุมัติ วางแผนรับมือ และติดตามความเสี่ยงได้จริง

ขั้นตอนที่ 1 กำหนดขอบเขตการประเมิน

เริ่มจากระบุว่าจะประเมิน Supplier รายใด และเหตุใดจึงต้องประเมิน เพราะ Supplier แต่ละรายมีความสำคัญต่อธุรกิจไม่เท่ากัน
ตัวอย่างคำถามที่ควรพิจารณา ได้แก่:

  • สินค้าหรือบริการมีผลต่อการดำเนินธุรกิจมากเพียงใด
  • หาก Supplier ส่งมอบไม่ได้ จะกระทบส่วนใดขององค์กร
  • สามารถเปลี่ยนไปใช้ Supplier รายอื่นได้ง่ายหรือไม่
  • Supplier สามารถเข้าถึงข้อมูลหรือระบบสำคัญขององค์กรหรือไม่

Supplier ที่เกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการสำคัญ เปลี่ยนทดแทนได้ยาก หรืออาจกระทบต่อ Compliance ควรได้รับการประเมินที่ละเอียดกว่า Supplier ทั่วไป

Supplier ทุกเจ้าไม่จำเป็นต้องประเมินเท่ากัน: Supplier ทั่วไปอาจใช้การตรวจสอบข้อมูลพื้นฐาน ส่วน Critical Supplier ที่เปลี่ยนทดแทนได้ยากหรือกระทบต่อธุรกิจสูง ควรได้รับการประเมินละเอียดและติดตามบ่อยกว่า

ขั้นตอนที่ 2 รวบรวมข้อมูล Supplier

รวบรวมข้อมูลจาก Supplier ข้อมูลภายในองค์กร และแหล่งข้อมูลภายนอกที่ตรวจสอบได้ เช่น:

  • ข้อมูลจดทะเบียนและสถานะนิติบุคคล
  • ข้อมูลทางการเงิน
  • ใบอนุญาต ใบรับรอง และเอกสาร Compliance
  • ประวัติการส่งมอบและคุณภาพ
  • ข้อมูลผู้ถือหุ้นหรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง
  • นโยบายด้านจริยธรรม แรงงาน สิทธิมนุษยชน และสิ่งแวดล้อม
  • ข้อมูลความเสี่ยงจาก Sanctions หรือ Watchlist

ข้อมูลจากหลายแหล่งช่วยลดการพึ่งพา Self-Assessment ที่ Supplier เป็นผู้ให้เพียงฝ่ายเดียว

ขั้นตอนที่ 3 กำหนดเกณฑ์การประเมิน

กำหนดหัวข้อประเมินให้เหมาะกับประเภทสินค้า บริการ และความสำคัญของ Supplier เช่น:

  • ความมั่นคงทางการเงิน
  • ความสามารถในการส่งมอบ
  • คุณภาพสินค้าและบริการ
  • ความครบถ้วนของเอกสาร
  • การปฏิบัติตามกฎหมายและนโยบาย
  • จริยธรรมและความรับผิดชอบต่อสังคม
  • ความสามารถในการรับมือเหตุฉุกเฉิน

แต่ละเกณฑ์ควรมีคำอธิบายชัดเจน เพื่อให้ผู้ประเมินใช้หลักเดียวกันและเปรียบเทียบ Supplier ได้

ขั้นตอนที่ 4 ให้คะแนนและจัดระดับความเสี่ยง

ประเมินด้วยวิธีเดียวกัน โดยอาจใช้คะแนน 1–5 หรือแบ่งเป็น ต่ำ ปานกลาง และสูง เช่น:

  • ความเสี่ยงต่ำ: ข้อมูลครบ ผ่านเกณฑ์ และไม่พบประเด็นสำคัญ
  • ความเสี่ยงปานกลาง: พบข้อควรระวังหรือต้องขอข้อมูลเพิ่มเติม
  • ความเสี่ยงสูง: พบประเด็นที่อาจกระทบการส่งมอบ Compliance หรือความต่อเนื่องทางธุรกิจ

สำหรับ Critical Supplier อาจให้น้ำหนักกับเกณฑ์สำคัญ เช่น การส่งมอบ ความมั่นคงทางการเงิน หรือ Compliance มากขึ้น

ขั้นตอนที่ 5 กำหนดแนวทางตามระดับความเสี่ยง

ผลประเมินจะมีประโยชน์ต่อเมื่อเชื่อมโยงกับการตัดสินใจที่ชัดเจน เช่น:

ระดับความเสี่ยง

แนวทางดำเนินการ

ต่ำ อนุมัติตามกระบวนการปกติ
ปานกลาง ขอเอกสารเพิ่มเติม อนุมัติแบบมีเงื่อนไข หรือกำหนดแผนแก้ไข
สูง ตรวจสอบเพิ่มเติม จัดทำแผนลดความเสี่ยง พิจารณา Supplier สำรอง หรือยังไม่อนุมัติ

หากพบความเสี่ยงที่ยอมรับไม่ได้ เช่น ไม่ผ่านข้อกำหนดทางกฎหมายหรือมีข้อมูลตรงกับ Sanctions List องค์กรอาจกำหนดเป็นเงื่อนไขที่ไม่สามารถอนุมัติได้ แม้คะแนนด้านอื่นจะผ่านเกณฑ์

ตัวอย่าง: หาก Supplier เป็นผู้จัดหาชิ้นส่วนสำคัญเพียงรายเดียวและเริ่มส่งมอบล่าช้า องค์กรควรติดตามอย่างใกล้ชิด พร้อมเตรียม Supplier สำรองและแผนรองรับการหยุดชะงัก

ขั้นตอนที่ 6 ติดตามและประเมินซ้ำ

กำหนดรอบประเมินตามระดับความเสี่ยง และประเมินใหม่เมื่อพบสัญญาณสำคัญ เช่น:

  • การส่งมอบหรือคุณภาพลดลง
  • เอกสารหรือใบรับรองใกล้หมดอายุ
  • สถานะทางการเงินหรือผู้ถือหุ้นเปลี่ยนแปลง
  • พบข่าวเชิงลบหรือประเด็นด้าน Compliance
  • มีการเปลี่ยนขอบเขตงานหรือสัญญา
  • เกิดเหตุการณ์ที่อาจกระทบแหล่งผลิตหรือ Supply Chain

การติดตามต่อเนื่องช่วยให้ฝ่ายจัดซื้อเห็นความเปลี่ยนแปลงและรับมือได้ก่อนกระทบธุรกิจ

สรุปกระบวนการ: กำหนดขอบเขต → รวบรวมข้อมูล → ตั้งเกณฑ์ → ให้คะแนน → กำหนดแนวทาง → ประเมินซ้ำ

จาก Supplier Risk Assessment สู่ Continuous Risk Monitoring

การติดตามความเสี่ยง Supplier อย่างต่อเนื่องหลัง Onboarding ทั้งการประเมินซ้ำ เอกสารใกล้หมดอายุ ผลการดำเนินงาน และแจ้งเตือนความเสี่ยง
ผลประเมินวัน Onboarding เป็นเพียง Snapshot องค์กรจึงต้องติดตามความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง

ผลประเมิน ณ วัน Onboarding เป็นเพียง Snapshot เพราะ Financial Health, Performance, Compliance และปัจจัยภายนอกสามารถเปลี่ยนแปลงได้ Supplier Risk Assessment จึงต้องเชื่อมต่อกับการติดตาม Risk Indicator และ Supplier Performance อย่างต่อเนื่อง

เมื่อข้อมูลเหล่านี้ถูกวิเคราะห์ร่วมกัน ฝ่าย Procurement จะเห็นสัญญาณความเสี่ยงเร็วขึ้น และตัดสินใจได้ว่าควรแก้ไข กระจายการจัดซื้อ หรือเริ่มใช้ Supplier สำรองเมื่อใด

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเชื่อมโยงข้อมูลผู้ขายได้ที่ Supplier 360: ยกระดับการบริหารคู่ค้า สู่ความได้เปรียบทางธุรกิจที่ยั่งยืน

 

เมื่อไรที่องค์กรควรใช้ระบบบริหารความเสี่ยง Supplier?

องค์กรอาจเริ่มประเมิน Supplier ด้วย Checklist หรือ Spreadsheet ได้เมื่อกระบวนการยังไม่ซับซ้อน แต่ควรพิจารณาใช้ระบบเมื่อ:

  • ข้อมูลและเอกสาร Supplier กระจายอยู่หลายแหล่ง
  • แต่ละฝ่ายใช้เกณฑ์ประเมินไม่เหมือนกัน
  • ใช้เวลาตรวจสอบเอกสารและติดตามสถานะนาน
  • ต้องติดตามข้อมูล เอกสาร หรือผลประเมินอย่างต่อเนื่อง
  • เปรียบเทียบผลประเมิน Supplier ได้ยาก
  • ต้องการศูนย์กลางข้อมูลสำหรับประกอบการตัดสินใจ

 

Supplier 360 ช่วยให้การคัดเลือกและประเมิน Supplier มั่นใจขึ้นอย่างไร?

Supplier360 (S360) จาก Pantavanij คือบริการตรวจสอบคุณสมบัติและประเมินธุรกิจคู่ค้า ช่วยให้ทีมจัดซื้อมีข้อมูลประกอบการคัดเลือก Supplier ลดเวลาและค่าใช้จ่ายในการตรวจสอบด้วยตนเอง พร้อมมีศูนย์กลางจัดเก็บผลการประเมินเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจ

 

กระบวนการคัดกรองอ้างอิงข้อมูลจากหลายแหล่ง เช่น ข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมบังคับคดี กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น และฐานข้อมูล Dow Jones ที่เกี่ยวข้องกับ Sanctions, Control & Ownership, High Profile Criminals และ PEP/RCA
นอกจากนี้ยังครอบคลุมการประเมินธุรกิจคู่ค้าในประเด็นสำคัญ เช่น:

  • จริยธรรมทางธุรกิจ
  • คุณภาพและมาตรฐานของสินค้าและบริการ
  • การเคารพสิทธิมนุษยชน
  • การปฏิบัติต่อแรงงานอย่างเป็นธรรม
  • ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน
  • ความรับผิดชอบต่อชุมชนและสังคม
  • ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม

สำหรับ Buyer ฝั่ง Procurement และ Sourcing ข้อมูลเหล่านี้ช่วยสนับสนุนการค้นหา คัดกรอง เปรียบเทียบ และตัดสินใจเลือกคู่ค้า โดยองค์กรได้รับประโยชน์ ได้แก่:

  • ลดเวลาและต้นทุนในการตรวจสอบ Supplier ด้วยข้อมูลและกระบวนการคัดกรองที่เป็นระบบ
  • เพิ่มความมั่นใจในการเลือก Supplier จากผลการตรวจสอบและประเมินที่ใช้ประกอบการตัดสินใจได้
  • ลดความเสี่ยงต่อ Supply Chain จากคู่ค้าที่ไม่ผ่านการตรวจสอบหรือไม่เป็นไปตามมาตรฐาน
  • รวมผลการประเมินไว้ที่ศูนย์กลาง ช่วยให้ติดตาม ตรวจสอบย้อนหลัง และใช้ข้อมูลร่วมกันได้สะดวกขึ้น
  • ขยายฐาน Supplier ที่มีศักยภาพ เพื่อเพิ่มทางเลือกในการจัดหา
  • สนับสนุนมาตรฐานการคัดเลือกคู่ค้า ด้วยข้อมูลการตรวจสอบและผลประเมินที่นำไปใช้ประกอบการตัดสินใจได้

ทั้งนี้ องค์กรยังควรกำหนด Risk Appetite เกณฑ์อนุมัติ และผู้รับผิดชอบให้ชัดเจน พร้อมใช้ผลประเมินร่วมกับ Category Knowledge และ Supplier Performance

 

สรุป: ประเมินความเสี่ยงของ Supplier เพื่อการเลือกที่มั่นใจ

Supplier Risk Management ไม่ได้หมายถึงการเลือก Supplier ที่ไม่มีความเสี่ยง แต่คือการมองเห็นว่า Supplier รายใดเสี่ยงเรื่องอะไร ระดับใด และควรรับมืออย่างไร ฝ่าย Procurement และ Sourcing จึงควรใช้เกณฑ์ที่ชัดเจน ประเมินอย่างสม่ำเสมอ และติดตามความเปลี่ยนแปลงตลอดความสัมพันธ์ทางธุรกิจ

หากองค์กรต้องการยกระดับการตรวจสอบคุณสมบัติและประเมินธุรกิจคู่ค้า ดูรายละเอียดบริการ Supplier360 จาก Pantavanij เพื่อสนับสนุนการคัดเลือก Supplier ด้วยข้อมูลที่ตรวจสอบได้

thank you

Thank you for your interest !

We've received your information
and will get back to you soon.

thank you

ขอบคุณสำหรับความสนใจ!

เราได้รับข้อมูลของท่านเรียบร้อยแล้ว
และจะติดต่อกลับโดยเร็วที่สุด

Welcome