ระบบจัดซื้อออนไลน์ (e-Procurement) คืออะไร? ต่างจากระบบเดิมอย่างไร

ระบบจัดซื้อออนไลน์...

แผนกจัดซื้อกำลังบริหารจัดการซัพพลายเออร์และใบสั่งซื้อผ่านระบบดิจิทัล

ระบบจัดซื้อออนไลน์คืออะไร? ต่างจากระบบเดิมอย่างไร

ระบบจัดซื้อออนไลน์ หรือ e-Procurement คือระบบที่นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้บริหารกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างขององค์กร ตั้งแต่การค้นหาและคัดเลือก Supplier การขอใบเสนอราคา การขอซื้อและอนุมัติ การออกใบสั่งซื้อ ไปจนถึงการรับสินค้าและจัดการใบแจ้งหนี้ ช่วยลดขั้นตอนการทำงานแบบ Manual เพิ่มความรวดเร็ว ความถูกต้อง และทำให้ข้อมูลการจัดซื้อสามารถติดตามและตรวจสอบได้อย่างเป็นระบบ

 

สำหรับองค์กรที่มีขั้นตอนการจัดซื้อหลายฝ่าย ระบบ e-Procurement จึงเข้ามาช่วยเชื่อมโยงกระบวนการและข้อมูลให้อยู่บนระบบเดียว พร้อมสนับสนุนให้ฝ่ายจัดซื้อจัดจ้างขององค์กร สามารถใช้เวลาไปกับการบริหารต้นทุน Supplier และการวางแผนเชิงกลยุทธ์ได้มากขึ้น

 

ระบบจัดซื้อออนไลน์ (e-Procurement) คืออะไร?

e-Procurement (Electronic Procurement) คือการนำเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Information and Communication Technology: ICT) มาประยุกต์ใช้กับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง เพื่อเปลี่ยนขั้นตอนที่เคยดำเนินการด้วยเอกสารหรือแยกกันหลายระบบให้สามารถจัดการผ่านระบบดิจิทัลได้อย่างเป็นระบบ

 

กระบวนการ e-Procurement สามารถครอบคลุมตั้งแต่ต้นจนจบ หรือ Source-to-Pay ตั้งแต่การค้นหาและคัดเลือก Supplier การขอใบเสนอราคา การขอซื้อและอนุมัติ การออกใบสั่งซื้อ การรับสินค้า การจัดการใบแจ้งหนี้ ไปจนถึงการส่งต่อข้อมูลที่เกี่ยวข้องเข้าสู่กระบวนการชำระเงิน

 

จุดสำคัญของระบบจัดซื้อออนไลน์จึงไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนเอกสารกระดาษให้เป็นดิจิทัล แต่เป็นการเชื่อมโยง ข้อมูล กระบวนการ และผู้ที่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อ ให้สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างเป็นระบบ

 

ระบบจัดซื้อออนไลน์ทำงานอย่างไร?

อินโฟกราฟิก 5 ขั้นตอนกระบวนการจัดซื้อ ตั้งแต่วางแผนความต้องการจนถึงชำระเงิน

กระบวนการของระบบจัดซื้อออนไลน์สามารถครอบคลุมตั้งแต่การค้นหา Supplier ไปจนถึงขั้นตอนหลังการสั่งซื้อ โดยแต่ละองค์กรอาจมี Workflow และรายละเอียดแตกต่างกันตามนโยบายการจัดซื้อ

1. e-Sourcing: ค้นหาและคัดเลือก Supplier

เริ่มตั้งแต่การค้นหา Supplier การขอข้อมูลหรือใบเสนอราคาที่ผ่านการตรวจสอบโดย Supplier 360 (Supplier Due Diligence) ของพันธวณิช แล้ว ทำให้สามารถขอข้อมูลและใบเสนอราคา การเปรียบเทียบราคาและเงื่อนไข เพื่อให้องค์กรมีข้อมูลประกอบการคัดเลือกที่เหมาะสม การเปรียบเทียบราคาและเงื่อนไข เพื่อให้องค์กรมีข้อมูลประกอบการคัดเลือก Supplier ที่เหมาะสมกับความต้องการ

2. e-Purchasing: ขอซื้อ อนุมัติ และออกคำสั่งซื้อ

ผู้ใช้งานสามารถสร้างคำขอซื้อ (Purchase Request: PR) และส่งเข้าสู่ขั้นตอนการอนุมัติตาม Workflow ขององค์กร เมื่อได้รับการอนุมัติแล้วจึงดำเนินการออกใบสั่งซื้อ (Purchase Order: PO) และส่งข้อมูลไปยัง Supplier โดยอัตโนมัติ พร้อมแจ้งเตือนผ่านทางอีเมล

3. e-Invoicing: จัดการและตรวจสอบใบแจ้งหนี้

ระบบช่วยจัดการข้อมูลใบแจ้งหนี้ (Invoice) และเชื่อมโยงกับข้อมูลการสั่งซื้อและการรับสินค้า ทำให้การตรวจสอบเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อเป็นระบบมากขึ้น พร้อมลดการตกหล่นที่ทำให้เสียโอกาสในการขาย

4. Payment Process: ส่งต่อข้อมูลสู่กระบวนการชำระเงิน

หลังจากตรวจสอบข้อมูลและเอกสารที่เกี่ยวข้องแล้ว ข้อมูลสามารถถูกส่งต่อเข้าสู่กระบวนการชำระเงินขององค์กร รวมถึงจัดเก็บเป็นข้อมูลสำหรับติดตามและวิเคราะห์การจัดซื้อในอนาคต

 

ระบบจัดซื้อออนไลน์ต่างจาก Procurement แบบเดิมอย่างไร?

ระบบจัดซื้อแบบเดิมต่างจากระบบจัดซื้อจัดจ้างอิเล็กทรอนิกส์อย่างไร

ความแตกต่างสำคัญระหว่างการจัดซื้อแบบดั้งเดิมกับ e-Procurement อยู่ที่วิธีบริหารกระบวนการและข้อมูล โดยระบบจัดซื้อออนไลน์ช่วยนำขั้นตอนต่าง ๆ มาเชื่อมโยงผ่านระบบดิจิทัล แทนการดำเนินงานด้วยเอกสารและการประสานงานแบบ Manual เป็นหลัก

การจัดซื้อแบบดั้งเดิม e-Procurement
รูปแบบการทำงาน ใช้การทำงานแบบ Manual และเอกสารเป็นหลัก ดำเนินกระบวนการจัดซื้อผ่านระบบออนไลน์
กระบวนการจัดซื้อ แต่ละขั้นตอนอาจแยกกันและต้องประสานงานหลายส่วน เชื่อมโยงขั้นตอนการจัดซื้อให้อยู่ในระบบเดียว
การค้นหา Supplier ค้นหา ติดต่อ และเปรียบเทียบผู้ขายด้วยตนเอง ช่วยรวบรวมข้อมูลเพื่อค้นหา เปรียบเทียบ และคัดเลือก Supplier ที่มีคุณภาพได้เป็นระบบ
การอนุมัติ ดำเนินการตามเอกสารและขั้นตอนภายในองค์กร ขอและอนุมัติผ่าน Workflow บนระบบ
ข้อมูลการจัดซื้อ ข้อมูลอาจกระจายอยู่ในเอกสารหรือหลายแหล่ง รวมข้อมูลไว้ในระบบ ทำให้ติดตามและวิเคราะห์ได้ง่าย
บทบาทฝ่ายจัดซื้อ ใช้เวลากับงานเอกสารและงาน Routine มาก ลดงานซ้ำซ้อน ทำให้มีเวลาสำหรับการวางแผนเชิงกลยุทธ์มากขึ้น

 

ระบบจัดซื้อออนไลน์มีประโยชน์ต่อองค์กรอย่างไร?

ระบบ e-Procurement ไม่ได้ช่วยเพียงเปลี่ยนกระบวนการจัดซื้อให้เป็นดิจิทัล แต่ยังช่วยให้องค์กรบริหารเวลา ต้นทุน Supplier และข้อมูลการจัดซื้อได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น โดยมีประโยชน์สำคัญดังนี้

ลดระยะเวลาในกระบวนการจัดซื้อได้สูงสุด 70%

ระบบ e-Procurement ช่วยลดงาน Manual และเชื่อมโยงขั้นตอนต่าง ๆ เช่น การขอซื้อ การอนุมัติ และการออกคำสั่งซื้อให้อยู่ใน Workflow ที่ชัดเจน ทำให้ฝ่ายจัดซื้อสามารถติดตามสถานะและดำเนินงานได้สะดวกขึ้น โดยข้อมูลจากพันธวณิชระบุว่าโซลูชันสามารถช่วยลดระยะเวลาในการดำเนินงานได้สูงสุด 70%

ช่วยลดต้นทุนจากการจัดซื้อได้ประมาณ 15–25%

การรวมข้อมูลการจัดซื้อไว้ในระบบช่วยให้องค์กรเห็นข้อมูลค่าใช้จ่าย ประวัติการสั่งซื้อ และข้อมูลที่เกี่ยวข้องได้เป็นระบบ ซึ่งสามารถนำมาใช้ประกอบการวางแผนงบประมาณและหาโอกาสในการบริหารต้นทุน โดยพันธวณิชระบุว่าโซลูชันสำหรับผู้ซื้อสามารถช่วยลดต้นทุนจากการจัดซื้อได้ประมาณ 15–25%

เพิ่มความโปร่งใสและช่วยให้ตรวจสอบย้อนหลังได้ 100%

การบันทึกข้อมูลและขั้นตอนการจัดซื้อในรูปแบบดิจิทัลช่วยให้องค์กรสามารถติดตามสถานะและตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังได้ง่ายขึ้น เช่น ขั้นตอนการดำเนินงาน การอนุมัติ และข้อมูลที่ใช้ประกอบการจัดซื้อ ซึ่งช่วยสนับสนุน ความโปร่งใสในการจัดซื้อ (Procurement Transparency) และการกำกับดูแลกระบวนการจัดซื้อขององค์กร

ลดความผิดพลาดจากงานเอกสาร

การลดการบันทึกและส่งต่อข้อมูลด้วยเอกสารหรือการทำงานซ้ำหลายขั้นตอน ช่วยลดโอกาสเกิดข้อผิดพลาดจากการป้อนข้อมูล การใช้เอกสารคนละเวอร์ชัน หรือข้อมูลที่กระจายอยู่หลายแหล่ง

เพิ่มประสิทธิภาพการบริหาร Supplier

เมื่อข้อมูล Supplier และข้อมูลการจัดซื้อถูกจัดเก็บอย่างเป็นระบบ ฝ่าย Procurement และ Sourcing สามารถค้นหา เปรียบเทียบ และติดตามข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ Supplier เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจด้านการจัดซื้อได้สะดวกขึ้น

ใช้ข้อมูลช่วยวางแผนการจัดซื้อ

ข้อมูลจากกระบวนการจัดซื้อ เช่น ประวัติการสั่งซื้อ Supplier และค่าใช้จ่าย สามารถนำมาวิเคราะห์เพื่อมองหาแนวโน้ม วางแผนงบประมาณ และสนับสนุนการตัดสินใจด้าน Procurement ในอนาคตได้

 

เลือกระบบจัดซื้อออนไลน์อย่างไรให้เหมาะกับองค์กร?

การเลือกระบบจัดซื้อออนไลน์ (e-Procurement) ไม่ควรพิจารณาเพียงว่าระบบสามารถเปลี่ยนขั้นตอนการจัดซื้อจากเอกสารมาเป็นออนไลน์ได้หรือไม่ แต่ควรพิจารณาว่าระบบสามารถรองรับกระบวนการจัดซื้อขององค์กรได้ครอบคลุม เชื่อมโยงข้อมูลระหว่างขั้นตอน และช่วยให้ฝ่ายจัดซื้อบริหารงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาวหรือไม่

องค์กรสามารถพิจารณาระบบ e-Procurement จากปัจจัยสำคัญดังนี้

1. ครอบคลุมกระบวนการจัดซื้อแบบ End-to-End

ระบบควรรองรับกระบวนการจัดซื้อที่สำคัญตั้งแต่การจัดหาและคัดเลือก Supplier การขอซื้อ การอนุมัติ การออกคำสั่งซื้อ ไปจนถึงขั้นตอนที่เกี่ยวข้องหลังการสั่งซื้อ เพื่อช่วยลดการทำงานแยกกันหลายระบบ

2. รองรับ Workflow และขั้นตอนอนุมัติขององค์กร

แต่ละองค์กรมีโครงสร้างการอนุมัติและนโยบายจัดซื้อแตกต่างกัน ระบบที่เลือกจึงควรรองรับ Workflow ที่สอดคล้องกับกระบวนการทำงานจริง เพื่อให้การขอซื้อและอนุมัติมีความเป็นระบบและสามารถตรวจสอบได้

3. รองรับการบริหารข้อมูล Supplier อย่างเป็นระบบ

ระบบควรช่วยให้องค์กรจัดเก็บและบริหารข้อมูล Supplier ที่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อได้อย่างเป็นระบบ เพื่อให้ฝ่าย Procurement และ Sourcing สามารถค้นหา เปรียบเทียบ ติดตาม และใช้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

4. มีข้อมูลสำหรับติดตามและวิเคราะห์การจัดซื้อ

นอกจากรองรับการดำเนินงานประจำวันแล้ว ระบบควรช่วยให้องค์กรมองเห็นข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เช่น ประวัติการสั่งซื้อ ข้อมูล Supplier และข้อมูลค่าใช้จ่าย เพื่อนำมาใช้สนับสนุนการวางแผนและบริหารต้นทุนในอนาคต

5. รองรับการใช้งานในระดับองค์กรและการเติบโตในอนาคต

องค์กรควรพิจารณาว่าระบบสามารถรองรับจำนวนผู้ใช้งาน Supplier ปริมาณธุรกรรม และความซับซ้อนของกระบวนการที่เพิ่มขึ้นได้หรือไม่ รวมถึงความสามารถในการเชื่อมต่อกับระบบอื่นที่องค์กรใช้งานอยู่

 

EP One ระบบจัดซื้อออนไลน์แบบครบวงจรจาก Pantavanij ช่วยองค์กรอย่างไร?

EP One จาก Pantavanij เป็นแพลตฟอร์มการจัดซื้อจัดจ้างแบบครบวงจร (End-to-End Enterprise Procurement Suite) สำหรับองค์กร ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยเชื่อมโยงกระบวนการและข้อมูลการจัดซื้อไว้บนแพลตฟอร์มเดียว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดซื้อ ลดขั้นตอนการทำงาน และทำให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องสามารถติดตามได้อย่างเป็นระบบ

จากข้อมูลของ Pantavanij ระบบครอบคลุมกระบวนการสำคัญของการจัดซื้อจัดจ้าง พร้อมความสามารถที่ช่วยสนับสนุนการทำงาน เช่น Smart eCatalog สำหรับการเลือกซื้อสินค้า, Workflow Builder สำหรับออกแบบขั้นตอนการทำงานและการอนุมัติ และ eInvoice Matching สำหรับตรวจสอบข้อมูลระหว่าง Purchase Order (PO), Goods Receipt (GR) และ Invoice

นอกจากนี้ การรวมข้อมูลการจัดซื้อไว้บนแพลตฟอร์มเดียวยังช่วยให้องค์กรสามารถติดตามข้อมูลด้านงบประมาณและต้นทุน เพิ่มความโปร่งใสของกระบวนการ และนำข้อมูลมาใช้ประกอบการวางแผนด้าน Procurement ได้ง่ายขึ้น

สำหรับรายละเอียดเกี่ยวกับฟังก์ชันและการนำระบบไปใช้กับองค์กร สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ ระบบ e-Procurement ของ Pantavanij

 

สรุป: ระบบจัดซื้อออนไลน์ช่วยให้องค์กรบริหาร Procurement ได้อย่างไร?

ระบบจัดซื้อออนไลน์ (e-Procurement) ช่วยเชื่อมโยงกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ตั้งแต่การค้นหาและคัดเลือก Supplier การขอซื้อและอนุมัติ การออกคำสั่งซื้อ การรับสินค้า ไปจนถึงการจัดการใบแจ้งหนี้ผ่านระบบดิจิทัล ช่วยลดงาน Manual เพิ่มความรวดเร็วและความถูกต้อง พร้อมทำให้ข้อมูลการจัดซื้อสามารถติดตาม ตรวจสอบ และนำไปใช้วางแผนได้ง่ายขึ้น

โดยเฉพาะองค์กรที่มีกระบวนการจัดซื้อหลายขั้นตอน มี Supplier จำนวนมาก หรือมีผู้เกี่ยวข้องกับการอนุมัติหลายฝ่าย การเลือกระบบ e-Procurement ที่สามารถรองรับกระบวนการแบบ End-to-End และปรับให้เข้ากับ Workflow ขององค์กร จะช่วยให้ฝ่าย Procurement และ Sourcing บริหารงานได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น

สำหรับองค์กรที่ต้องการศึกษาการนำระบบจัดซื้อออนไลน์มาใช้ สามารถศึกษารายละเอียด e-Procurement จาก Pantavanij หรือสอบถามทีมผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินรูปแบบระบบที่เหมาะกับกระบวนการจัดซื้อขององค์กร

 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับระบบจัดซื้อออนไลน์

Q 1 ระบบจัดซื้อออนไลน์ (e-Procurement) คืออะไร?

A : ระบบจัดซื้อออนไลน์ หรือ e-Procurement คือการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้บริหารกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ตั้งแต่การค้นหา Supplier การขอซื้อและอนุมัติ การออกคำสั่งซื้อ การรับสินค้า ไปจนถึงการจัดการใบแจ้งหนี้ ช่วยเชื่อมโยงขั้นตอนและข้อมูลการจัดซื้อให้สามารถบริหารผ่านระบบได้อย่างเป็นระบบ

Q 2 ระบบ e-Procurement มีขั้นตอนอะไรบ้าง?

A : โดยทั่วไป e-Procurement สามารถครอบคลุมตั้งแต่การค้นหาและคัดเลือก Supplier (e-Sourcing) การขอซื้อและออกคำสั่งซื้อ (e-Purchasing) การรับสินค้า (Goods Receipt) การจัดการใบแจ้งหนี้ (e-Invoicing) และการส่งต่อข้อมูลเข้าสู่กระบวนการชำระเงิน

Q 3 e-Procurement ต่างจากการจัดซื้อแบบเดิมอย่างไร?

A : การจัดซื้อแบบเดิมมักพึ่งพาเอกสารและการประสานงานแบบ Manual ในหลายขั้นตอน ขณะที่ e-Procurement นำกระบวนการและข้อมูลมาเชื่อมโยงผ่านระบบดิจิทัล ทำให้สามารถติดตามสถานะ ตรวจสอบข้อมูลย้อนหลัง และนำข้อมูลการจัดซื้อไปวิเคราะห์ได้สะดวกขึ้น

Q 4 ระบบจัดซื้อออนไลน์มีประโยชน์อย่างไร?

A : ระบบจัดซื้อออนไลน์ช่วยลดขั้นตอนและงาน Manual เพิ่มความรวดเร็วในการดำเนินงาน ช่วยควบคุมต้นทุนและงบประมาณ เพิ่มความโปร่งใส ลดความผิดพลาดจากงานเอกสาร และทำให้ข้อมูล Supplier และข้อมูลการจัดซื้อสามารถนำมาใช้ประกอบการวางแผนและตัดสินใจได้อย่างเป็นระบบ

Q 5 ระบบจัดซื้อออนไลน์เหมาะกับองค์กรแบบไหน?

A : e-Procurement เหมาะกับองค์กรที่ต้องการจัดการกระบวนการจัดซื้อให้เป็นระบบ โดยเฉพาะองค์กรที่มีปริมาณการจัดซื้อสูง มี Supplier หลายราย มีขั้นตอนการอนุมัติหลายระดับ หรือต้องการรวมข้อมูลการจัดซื้อเพื่อใช้ติดตาม ตรวจสอบ และวิเคราะห์ได้ง่ายขึ้น

Q 6 e-Procurement สามารถเชื่อมต่อกับ ERP ได้หรือไม่?

A : ระบบ e-Procurement บางระบบสามารถเชื่อมต่อหรือแลกเปลี่ยนข้อมูลกับระบบ ERP เพื่อให้ข้อมูลจากกระบวนการจัดซื้อสามารถนำไปใช้ต่อในกระบวนการบัญชี การเงิน หรือการบริหารองค์กรได้

thank you

Thank you for your interest !

We've received your information
and will get back to you soon.

thank you

ขอบคุณสำหรับความสนใจ!

เราได้รับข้อมูลของท่านเรียบร้อยแล้ว
และจะติดต่อกลับโดยเร็วที่สุด

Welcome