แนวโน้มในปี 2563: การบริหารความเสี่ยงเปลี่ยนจากรับเป็นรุก

เมื่อคิดถึงก้าวต่อไปของการจัดซื้อว่าจะเป็นอย่างไร ก็มักจะวนกลับมาที่เรื่องของบทบาทของการจัดการความเสี่ยงของแต่ละฟังก์ชั่นงาน ไม่ว่าจะเป็นด้านการเงิน ด้านเทคนิค ด้านการใช้งาน หรือการปฏิบัติงาน แม้ว่ามันจะเป็นสิ่งที่คุ้นเคยอยู่แล้วในการทำงานประจำวันของเรา แต่เรามักไม่ค่อยให้เวลามากนักในการวัดขอบเขตและระดับของความเสี่ยง ตลอดจนจัดทำแผนที่เพื่อให้เราสามารถหาปริมาณภัยคุกคาม และคิดถึงความเสี่ยงในแง่มุมต่างๆ  ได้ดีขึ้น

ฝ่ายจัดซื้อมักมีการจัดการและลดความเสี่ยงทุกประเภทอยู่เสมอ เพื่อให้แน่ใจว่าจะได้รับสินค้าที่ดีและบริการที่น่าเชื่อถือตลอดจนมีเครือข่ายซัพพลายเออร์ที่มีความมั่นคงทางการเงินโดยไม่ต้องพึ่งพาบริษัทใดบริษัทหนึ่งมากเกินไป

ความล้มเหลวในการจัดการความเสี่ยงอาจทำให้เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น กำไรลดลง และส่งผลให้เกิดความล้มเหลวได้หากการผูกมัดกับ

ซัพพลายเออร์รายเดียวเกิดปัญหา โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมต่างๆ อย่างเช่นการผลิต

นอกเหนือจากเหตุการณ์ใหญ่ๆ ที่ทำให้เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น และความล้มเหลวของซัพพลายเออร์ เรื่องของความเสี่ยงยังกลายเป็นมุมมองทางเลือกที่มีน้ำหนักมากขึ้นตามประสบการณ์ ในอุตสาหกรรมและความเปราะบางของผู้ประกอบการแต่ละราย

ความเสี่ยงส่งผลต่อเครือข่ายความสัมพันธ์ระหว่างซัพพลายเออร์ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและหน่วยงานภายใน รวมถึงการขยายมาตรวัดขีดความสามารถในตลาดให้กว้างขึ้น โดยปกติเรามักรับรู้ถึงความเสี่ยงที่มีจนกระทั่งเมื่อมีสิ่งผิดปกติที่มีนัยสำคัญ บางครั้งหลังจากแกล้งทำเป็นไม่สนใจความเสี่ยงนั้นจนกว่าเหตุการณ์ต่อไปจะเกิดขึ้นมา

ด้านหนึ่ง เราคุ้นเคยกับความเสี่ยงในงานของเรา แต่ในอีกด้านหนึ่งเราไม่กี่คนกดเข้าไปในระบบนิเวศของการเชื่อมต่อกัน เพื่อที่จะปรับแต่งวิธีการของเราในการทำความเข้าใจว่าความเสี่ยงจะเกิดขึ้นอย่างไร เมื่อไร และที่ไหน ซึ่งเรามักทำสิ่งนี้ในทางลึกไม่ใช่ทางกว้าง

สิ่งสำคัญที่สุดคือการสื่อสารและปรับแต่งกรอบการทำงานเหล่านี้เพื่อทำความเข้าใจกับความเสี่ยงและส่วนประกอบต่างๆ เพื่อจะ

ปลดล็อคความเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงวิธีการทำงานของเราที่สามารถนำไปสู่ความสำเร็จ และคุณค่าที่เกิดขึ้นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และผู้เกี่ยวข้อง

มองหาเทคโนโลยี แต่อย่าพึ่งพามันมากเกินไป

แม้ว่าเทคโนโลยีจะสามารถช่วยได้  แต่การแก้ไขปัญหาทางเทคนิคโดยการนำปัญญาประดิษฐ์หรืออัลกอริทึมทางคณิตศาสตร์ที่

ชาญฉลาดเข้ามาใช้เพียงอย่างเดียวก็อาจทำให้เกิดความเสี่ยงได้

เกี่ยวกับซัพพลายเออร์แต่ละราย เราได้วิเคราะห์คำขอ และกลั่นกรองสัญญา ดังนั้นเราจึงมีมุมมองที่ชัดเจนว่าอะไรทำให้เกิดการละเมิดและการยกเลิกข้อตกลงระดับการบริการเพื่อให้เราทราบถึงผลกระทบต่อการดำเนินงานในแง่ของเวลา ต้นทุนและคุณภาพ ซึ่งทำให้เราจำเป็นต้องเปลี่ยนจากซัพพลายเออร์รายใดรายหนึ่งโดยเฉพาะ แต่เราทำสิ่งนี้ได้อย่างน่าเชื่อถือสำหรับซัพพลายเออร์หรือหมวดหมู่ทั้งหมดหรือไม่ ไม่เสมอไป เราชอบที่จะบอกให้บุคคลที่สามระวังความเสี่ยง แต่พวกเขาส่วนใหญ่ก็มักจะได้รับการแจ้งเตือนล่าช้าเพราะต้องรอข้อมูล  หรือรับรู้ข้อมูลที่ล้าหลัง จำได้ว่าก่อนเกิดวิกฤตการณ์ทางการเงินโลกปี 2008 ซัพพลายเออร์ของเราส่วนใหญ่ไม่ได้ตัดสินใจ  จากนั้นภายในหกเดือนดูเหมือนว่าไม่มีซัพพลายเออร์เหลืออยู่แล้ว

สรุปสั้นๆ ว่าเรากำลังตกอยู่ท่ามกลางความเสี่ยง ความท้าทายก็คือเราต้องเตรียมตัวของเราให้ดีโดยการจะมีวิธีทำความเข้าใจว่าความความสัมพันธ์เหล่านี้จะให้ผลลัพธ์ออกมาเป็นอย่างไร

 

ที่มา: https://www.procurementleaders.com/blog/trends-in-2020-move-from-reactive-to-proactive-risk-management–684808#.XfjzyBvgrIU